สถานีสนามเป้า

– กรุณาอย่ายืนพิงเสา หรือประตู และโปรดจับห่วง เสา หรือราว –

เหงื่อซึมเป็นวงบนเสื้อเชิ้ตสีอ่อนยับย่น เขานั่งตัวงออยู่บนม้านั่งหินอ่อนริมชานชาลา รถไฟฟ้าเที่ยวแล้วเที่ยวเล่าผ่านเข้ามา ชะลอตัวจอด ปล่อยไอเย็นของเครื่องปรับอากาศ แล้วพุ่งทะยานออกไป

นกฝูงหนึ่งซึ่งมองเห็นเป็นเพียงกลุ่มจุดประเล็กๆ ที่กลางท้องฟ้าสีส้มแดงเรื่อเรือง บินโฉบกลับรังในยามเย็น เขามองตามมันไปด้วยสายตาชานิ่ง เสหน้าช้าๆ กลับมามองที่ลานจอดรถของอาคารเล็กๆ สีส้ม อยู่ถัดออกไปไม่ไกล เขามองเช่นนั้นมาหลายชั่วโมงแล้ว

เพียงเห็นรถสภาพเก่าคร่า เขานึกถึงถ้อยคำของเธอในวันก่อน

มันไม่เกี่ยวกันทางความหมาย แต่เชื่อมกันด้วยเวลา

“แล้วจะให้ทำยังไง” เสียงไร้อารมณ์ของเธอทะลุผ่านเข้าหูของเขา ตอนที่เขาน้ำตาคลอหน่วยโดยมีลานจอดรถเป็นฉากหลัง

ไม่มีอะไรเชื่อมโยงกัน นอกเสียจากประสาทสัมผัสทางหูและตาเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

“ติ๊ดๆๆๆๆๆ” เสียงราวจะกรีดเฉือนเยื่อแก้วหู เขาหลับตา นิ้วมือทั้งสิบบีบขอบม้านั่งแน่นจนข้อขาว

รถไฟฟ้าอีกขบวนเคลื่อนออกไป

ไม่มีเธอ

การรอคอยมีรสชาติขมปร่า

– …Is not permitted in this station –

“นี่ กิจ ซื้อบ้านแบบนั้นกันนะ” เขามองตามสายตาเธอไป มันเป็นอาคารปรับปรุงใหม่ อยู่ติดถนน เลยสถานีสนามเป้าออกไปเล็กน้อย การออกแบบบ้านเปิดโปร่ง มีกระจกเป็นส่วนประกอบหลักที่เห็นได้ชัด ที่เหลือคือโครงสร้างค้ำจุนที่ใช้สอยอย่างประหยัด และจั่วหลังคาแบบศิลปะไทยร่วมสมัย

เขาเดาใจเธอออก เธอแค่ชอบความโปร่งเบาของตัวบ้าน

“หน้าต่างกว้างงงงง ขนาดนั้น คนก็เห็นข้างในบ้านเราหมดสิ …เขินแย่” เขายิ้มแหย่

“ก็ติดม่านซี่ ม่านสวยๆ” เธอขมวดคิ้ว คล้ายจะบอกว่า แค่นี้ทำไมไม่เข้าใจ

เธอพาดแขนสองข้างประกบกันไว้บนราวจับโลหะ เหม่อมองไปสุดรางรถไฟฟ้าฝั่งที่ตรงไปหมอชิต ทั้งสองเงียบไปครู่ใหญ่ๆ ให้เวลากันและกันได้ทบทวนความคิด

ลมเย็นๆ พัดกระโปรงพลีตสีกรมท่าโบกไหวเล็กน้อย เขาหรี่ตา พับชายแขนเสื้อของตัวเองแล้วเอามือเท้าคาง หันไปมองใบหน้าของเธอเนิ่นนาน กลิ่นหอมจางลอยมาตามทิศทางที่ปอยผมปลิวสะบัด เขาไม่อยากให้รถไฟฟ้าขบวนต่อไปเข้าชานชาลา ไม่อยากให้นาฬิกาหน้าตาจืดชืดด้านหลังขยับเข็ม ไม่อยากให้พระอาทิตย์จมมิดที่ปลายขอบฟ้า

ให้ทั้งสองยังคงเป็นนักศึกษา ไม่ต้องคิดถึงวันพรุ่งนี้

“ก็ได้” ในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้น หันไปมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน “แต่ต้องอยู่ต่างจังหวัดนะ กรุงเทพฯ.. เราไม่มีเงินซื้อที่หรอก ติดรถไฟฟ้าอย่างนี้ด้วย”

“ดี! เราก็ไม่อยากอยู่กรุงเทพฯ เหมือนกัน” เธอพยักหน้าเบาๆ เงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมรอยยิ้มหวาน “แต่เราก็ยังจะติดม่านที่หน้าต่างอยู่ดีนะ เอาแบบสีสดๆ ไปเล้ย”

เธอยิ้ม ส่งสายตาทะเล้น พร้อมหยิบโทรศัพท์ที่หน้าจอกำลังสว่างออกจากกระเป๋าถือ รูดตอบรับ

“ค่ะพ่อ รออยู่ที่สถานีแล้วค่ะ เดี๋ยวลงไปเลยนะ”

(กลับด้วยกันไหม) เธอทำปากเอ่ยแต่ละคำโดยไม่มีเสียง เขาส่ายหัว ยิ้มน้อยๆ รู้ว่าเป็นเพียงคำชวนตามมารยาทของผู้ใหญ่

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพี่เขากลับเอง”

เขานัดแนะเวลาเลิกเรียนกับเธอในวันพรุ่งนี้ โบกมือลา มองเธอเดินลงบันไดสถานีไปจนแน่ใจ แล้วจึงจับรถไฟฟ้าขบวนถัดไปเพื่อกลับบ้าน

– โปรดระวังช่องว่างระหว่างพื้นและชานชาลา –


“แล้วจะให้ทำยังไง” เสียงไร้อารมณ์ของเธอทะลุผ่านเข้าหูของเขา น้ำตาคลอหน่วย มีลานจอดรถบนอาคารสีส้ม และผืนฟ้าสีม่วงอ่อนอยู่ไกลออกไป

“กิจทำอะไรก่อน ก็น่าจะรู้ตัว” เขาพยักหน้าช้าๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนไม่ได้สติ

“เราไม่ได้บอกว่าเธอผิด” เขาพูด ห้ามตัวไม่ให้สะอื้น กลายเป็นความสั่นไหวของแผ่นหลัง เธอขมวดคิ้วหัวเสีย ส่งเสียงจิ๊ปาก กำราวโลหะเย็นเยียบ รอให้เขาเศร้าจนหนำใจ จนกว่าจะพร้อมพูดอะไรเพื่อเป็นการบอกลาถาวร

“แต่เธอไม่ไปไม่ได้หรือ” เขาพูดเสียงแหบ

“กิจ” น้ำเสียงเรียบนิ่ง เหมือนโน้ตคีย์ต่ำที่ถูกนักเปียโนใช้นิ้วกระแทกสะเทือนลั่น เตือนให้เขาตื่นจากฝันเฟื่อง ดวงตาไร้อารมณ์สีน้ำตาลอ่อนจ้องตาเขา

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้น ดูข้อความแชทที่หน้าจอ แล้วหย่อนกลับใส่กระเป๋า

“พรุ่งนี้ ไม่ต้องมาส่งเราแล้วนะ” เธอมองรถไฟฟ้าที่กำลังเข้าชานชาลา

“เราคงกลับดึก ทำกิจกรรมที่คณะ”

เขารู้ว่าไม่ใช่เพราะเหตุผลนั้น

ทุกๆ วัน เขายังคงผ่านสถานีสนามเป้า กดตาลงมองพื้น จนกว่ารถไฟฟ้าจะเคลื่อนตัวออกไป ออกไปให้พ้นบ้านในฝันของเธอ

ทุกๆ เสียงสัญญาณปิดประตู ดูจะดังจนน่าหนวกหูเฉพาะที่สถานีสนามเป้า

– ท่านสามารถเปลี่ยนเส้นทาง… ได้ที่สถานีนี้ –

นานจนจังหวะหายใจกลับมาเป็นปกติ เหมือนไม่เคยบอบช้ำ นานจนไม่รู้ว่าจะกดสายตาลงที่สถานีสนามเป้าทำไม

นานมากจนบัดนี้ ทุกสถานีก็มีความทรงจำต่อเขาในแบบต่างๆ กัน ไม่ว่าจะ สยาม ชิดลม พญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฯลฯ

แล้วเขาก็แวบเห็นเธอเดินลงบันไดไป ขณะที่ประตูรถไฟฟ้ากำลังปิด ที่สถานีสนามเป้า

เขาจับรถไฟฟ้าขบวนฝั่งตรงข้าม ย้อนกลับมาที่เดิม

เหงื่อซึมเป็นวงบนเสื้อเชิ้ตสีอ่อนยับย่น เขานั่งตัวงออยู่บนม้านั่งหินอ่อนริมชานชาลา รถไฟฟ้าเที่ยวแล้วเที่ยวเล่าผ่านเข้ามา ชะลอตัวจอด ปล่อยไอเย็นของเครื่องปรับอากาศ แล้วพุ่งทะยานออกไป

รอ…

เธอออกจากรถไฟฟ้า และไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องย้อนกลับมาอีก

รอ…

นกบินกลับรัง อาคารเก่าถูกทุบเป็นคอนโดมิเนียมหรู เสียงสว่านเจาะไชกำแพงปูน

รอ… และรู้ว่าไม่ใช่บุคคลหรอกที่เขารอ

ผู้คนนับร้อยกรูกันออกจากรถไฟฟ้า เสียงฝนเปาะแปะกระทบหลังคาสถานี

เขารอให้ความทรงจำเกี่ยวกับเธอกลับมา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.