ลูบบ้าน

เขานึกถึงตอนที่ฝนตก แล้วตัวเองนอนราบไปกับพื้นไม้ขัดเงาโดยอัตโนมัติ

วันนั้นไม่สิ่งที่เรียกว่า To-do list อย่างดีก็คือรายการ To eat this evening ที่โชยกลิ่นออกมาจากในครัว

แกงส้มปลากะพง ลูกชิ้นปลากราย ทอดมันกุ้ง หอยแครงต้ม น้ำจิ้มทะเลจัดจ้าน โห้ปลาหมึกรสเปรี้ยว เขานอนกลืนน้ำลาย

ยายบอกว่า “หยบหน่อย ให้แหนะลูบบ้านที” เขากระถดตัวไปเบียดชิดผนังไม้อัดลายมะฮอกกะนีมันวาว ยายลากไม้ถูพื้นผ่านข้างลำตัวไป

ลูบบ้าน ดูเป็นกิริยาละมุนละไม จริงๆ มันก็คือการถูพื้น บางคราวเขาอาสาทำแทนเพราะอยากเป็นหลานที่ดี เขาทำตามยายทุกอย่าง ตั้งแต่เดินถอยหลังลากไม้ถูพื้นไปตามไม้กระดานสองแถว กลายเป็นแนวรอยเปียกของน้ำ แต่ก็ไม่วายยังโดนเอ็ดทุกคราว

“น้ำหมาดไป ไปบิดออกที”

“ห่าย เลอะเทอะนิ”

“ตายๆ ไม้ขูดพื้นเป็นรอยเหม็ดแล้ว..นั้น”

เขาได้ข้อสรุปสุดท้ายว่าการนอนราบไปกับพื้นอาจเป็นประโยชน์มากกว่าในบางครั้ง

ฝนตกแหมะๆ มันส่งเสียงสองจังหวะ จังหวะหนึ่งก็เมื่อกระทบหลังคา จังหวะสองคือเมื่อหยดติ๋งลงไปกระทบน้ำที่ใต้ถุน

เขาจำได้ว่าสมัยนั้น ใต้ถุนไม่เหม็นเน่าขนาดทุกวันนี้ ใช่แล้ว มันมีขยะ เพราะเราคิดกันแบบง่ายๆ ว่าขี้เลนข้างใต้ก็คือถังขยะของโลก แต่พลาสติกกองพะเนินมากขึ้น กลิ่นเหม็นของสิ่งซากที่ทับถมก็เริ่มปฏิเสธไม่ได้

อย่างไรก็ตาม การพลิกตัวลงมองซอกใต้ถุนตอนฝนตกก็ยังไม่เหม็นร้ายกาจ เขาแอบดูปลาแหวกว่ายอยู่กลางซากไม้ที่ทิ้งจมเลน และเสาเข็มของบ้านยกพื้น บนพื้นที่ที่แต่ก่อนเป็นป่าชายเลน

เขาจำได้ว่าครั้งหนึ่งเมื่อกลับจากโรงเรียน อารามดีใจตื่นเต้นเรื่องอะไรก็จำไม่ได้ เขาเดินลัดเลาะไปบนแผ่นไม้ที่ปูเป็นทางระหว่างบ้านเรือนในหมู่บ้านเหนือชายเลนแห่งนี้ แล้วจู่ๆ ก็เสียการทรงตัว เท้าพาเดินเฉียงตกใต้ถุน เจ็บนั้นไม่เท่าไหร่ แต่ซากขยะที่เขาตกลงไปทำให้ต้องร้องไห้จ้า จนพี่แถวบ้านมาช่วยฉุดขึ้นไป

นั่นเป็นครั้งหนึ่งในสองครั้งที่เขาตกใต้ถุน

เขานึกหัวเราะขำ วันก่อนที่แม่เขาเดินไปบนฟุตบาทอัปลักษณ์เลียบคลองบำบัดน้ำของ กทม. เขาต้องคอยหันไปมองแม่ด้วยความเป็นห่วง แม่กลับหัวเราะร่า บอกว่า ไม่เป็นไร เด็กปากกะแดะเสียอย่าง

แม่เขาเป็นอย่างนั้น พยายามมองความจริงอันอัปลักษณ์เป็นเรื่องตลก เป็นความภูมิใจของตัวเองไปเสียได้

เขายิ้ม มองบล็อกที่หลุดร่อนตรงหน้า เดินข้ามไป แล้วไม่หันกลับไปมองแม่อีก

เมื่อยายลูบบ้านเสร็จ กลิ่นอ่อนจางของน้ำยาทำความสะอาดจะโชยขึ้นมา เขานอนรอจนพื้นแห้ง จึงกลิ้งตัวกลับมากลางบ้านอีกครั้ง เพราะตำแหน่งตรงนั้นคือที่ที่ลมจะไหลจากประตูบานเฟี้ยมหน้าบ้านไปสู่หลังบ้านตามแนวยาว

ครั้งหนึ่งค้างคาวบินโผผ่านช่องนี้ขณะที่ทุกคนกำลังดูละครหลังข่าว

มันเกิดขึ้นรวดเร็วจนได้แต่มองหน้ากันนิ่งๆ

ท้ายที่สุด ใครสักคนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นบรรพบุรุษที่กลับมาเยี่ยมบ้าน

เรามองสัตว์ผู้เยี่ยมเยือนแปลกหน้าว่าอย่างนั้นเสมอ ทำให้เมื่อเขาเห็นผีเสื้อกลางคืนเกาะไหล่ ในเวลาที่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะอยู่ตรงนั้น

เขาคิดถึงยาย บางครั้งอาจถึงขั้นพูดอะไรบางอย่างกับผีเสื้อกลางคืนตัวนั้น

นานแล้ว

เขาพยายามเขียนถึงบ้านเกิดอีกครั้ง เมื่อใดก็ตามที่เขาบอกว่า เขาเกิดที่ไหน และพยายามผูกอัตลักษณ์ตัวเองเข้ากับที่นั่น ก็กลับพบว่า ตัวเองรู้เรื่องราวที่จังหวัดนั้นน้อยเหลือเกิน

ที่เหลือติดตัวจึงมีเพียงความทรงจำรอบๆ ตัว

เช่น การนอนมองฝ้าเพดานที่สายไฟเปลือยถูกจัดระเบียบด้วยกิ๊บตอกสายไฟ ฝีมือก๋ง ได้แต่คิดภาพว่า ก๋งต่อกระดานไม้ทั้งหมดนี้ขึ้นมาได้อย่างไร และปีนขึ้นไปติดสายไฟทั้งบ้านได้อย่างไรโดยไม่ได้เรียนวิศวกรรมศาสตร์มาก่อน เป็นเพียงชาวประมงที่บากบั่นมาตลอดชีวิต มีผิวหนังกร้านแดด และหน้าตาสงบนิ่งไม่หืออือกับใคร

อากาศอบอ้าว เขาพลิกตัวในความมืด เสียงบิ๊กไบค์จากถนนวิภาวดีในยามตีสองทำให้เขาระคายหูและสาปแช่งโลก

แปลกดี สมัยก่อน เสียงเรือที่กลับเข้าฝั่งก็มีเสียงดังประมาณนี้ และมันดีเสียอีกที่ได้บอกว่า ใครสักคนกำลังกลับเข้าบ้านอย่างปลอดภัย

000029
น้องไปป์ บ้านแหนะ 2556

1 คิดบน “ลูบบ้าน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.