เปลี่ยนความเจ็บให้เป็นวิทยาทาน การขอรับรองใบจบ (apostille) ไปยื่นเรียนต่อ

Apostille คืออะไร

หลังจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศตอบรับเข้าเรียนแล้ว สิ่งหนึ่งที่เขา(อาจ)จะขอก็คือ ‘Apostille of certificate of graduation’ และทรานสคริปต์ด้วย

หมายความว่า แค่เป็นใบจบหรือทรานสคริปต์ที่มีตรามหาวิทยาลัย ปั๊มนูน ปั๊มจม หรือคิวอาร์โค้ดไฮเทคแค่ไหนก็ยังไม่พอ ต้องนำใบที่ดูขลังนั้นไปให้หน่วยงานทางการทูตของประเทศปลายทางรับรองอีกที

ซึ่งกรณีของเราเป็นมหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้ การขอ apostille หรือการรับรองเอกสาร ต้องไปให้สถานทูตเกาหลีในไทยรับรอง แต่ช้าก่อน! ก่อนจะนำไปยื่นที่นั่นโดยตรง เงื่อนไขของสถานทูตเกาหลีก็คือ เราต้องเอาเอกสารเหล่านี้ไปให้กงสุลไทยรับรองก่อน (ง่ายๆ ก็ไปที่สำนักงานสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล สถานี MRT คลองเตยได้เลย ถ้าอยากได้วันนั้นให้ไปตั้งแต่ 8.30 น. แล้วจ่ายเพิ่ม)

อ่านแล้วถ้างง ไล่ลำดับก็คือ 1. ขอใบจบ/ทรานสคริปต์จากมหาวิทยาลัย 2. นำไปให้กงสุลไทยรับรอง 3. นำไปให้สถานทูตรับรอง

ฉบับภาษาอังกฤษ แปลที่ไหน

จริงๆ แล้วตามหลัก เราสามารถไปขอใบจบและทรานสคริปต์ฉบับภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยได้เลย กรณีเราจบมาจากสองที่ จุฬาฯ สามารถขอออนไลน์แล้วส่งทางไปรษณีย์ได้ที่นี่ ส่วน ม. รามคำแหง ต้องเดินไปขอเอง (เหมือนจะมีแบบไปรษณีย์ แต่มีขั้นตอนมากมาย ยังไงลองศึกษาดูเอง)

Screen Shot 2562-07-04 at 16.38.47.png
หน้าตาของเว็บไซต์ขอใบรับรองจากจุฬาฯ

แต่ๆๆ ปัญหาของเราก็คือ ใบจบของ ม.ราม หรือที่เขาเรียกว่า ‘ใบรับรองสภาฯ’ ในคำร้อง ฉบับที่ออกมาเป็นภาษาอังกฤษนั้น ผู้ลงนามเป็นเพียงรักษาการฯ อยู่ในตำแหน่งชั่วคราว ทำให้เมื่อนำใบรับรองสภาฯ ไปยื่นให้กงสุลรับรอง เขาปฏิเสธ รับรองให้ไม่ได้ เพราะผู้ลงนามไม่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลกงสุล

หัวร้อนสิ… หลังจากโทรไปถามทางแก้ไขจากทางมหาวิทยาลัย เขาตอบมาว่า ถึงจะมาขอใบใหม่ก็ให้เจ้าหน้าที่รักษาการฯ คนเดิมเป็นคนเซ็นอยู่ดี

เมื่อใช้ใบรับรองสภาฯ ไม่ได้ เราต้องนำใบปริญญาบัตรมาให้สถาบันภาษาของมหาวิทยาลัยรามแปลเท่านั้น โดยคิดค่าแปล 800 บาท ซึ่งแบบว่า อิหยังวะ?

เราเสียความรู้สึกไปแล้ว เพราะใบจบภาษาอังกฤษที่ออกจากมหาวิทยาลัย ควรคาดหมายได้ว่าจะนำไปใช้ในต่างประเทศ เมื่อกงสุลรับรองให้ไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ เราก็เลยโทรไปถามกงสุลเลย

คำตอบคือ แปลเองได้เลยจ้า! ไม่ต้องไปเสียเงิน ที่เดี๋ยวเอาไปแปลแล้วใช้ไม่ได้ก็มาผลักภาระให้เราอีก

แบบฟอร์มการแปล

หลังจากลองผิดลองถูก จนทำให้กงสุลรับรองให้ได้สำเร็จแล้ว เราก็อยากเผยแพร่แบบฟอร์มที่ว่านี้ต่อไป ซึ่งเป็นแบบฟอร์มสำหรับใบรับรองสภาฯ ของรามเท่านั้น แต่จะให้อ้างอิงเผื่อเป็นไกด์ไลน์การแปลใบจบจากที่อื่นๆ ก็ได้

ถ้าเป็นกรณีที่ใบจบภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยออกให้นั้นไม่มีปัญหาอะไร ยังไงเราก็เชียร์ให้ขอจากมหาวิทยาลัยนะ เพราะมันแม่นที่สุดแล้ว

แต่ถ้าเจอปัญหาแบบเรา นี่คือตัวช่วยของท่าน

แบบฟอร์มแปลใบรับรองสภาฯ ม.รามคำแหง ภาษาอังกฤษ

หมายเหตุในการนำไปใช้คือ

  1. ต้องเปลี่ยนข้อมูลที่ไฮไลต์สีเหลืองไว้ทั้งหมด
  2. เซ็นชื่อตัวเองกำกับใต้ certified correct translation
  3. ตรวจสอบชื่อเจ้าหน้าที่ที่เซ็นดีๆ ว่าเป็นคนเดิมหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ แล้วต้องถอดเสียงภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ให้ใช้หลักราชบัณฑิตตามเอกสารนี้ (หรือจะลองทวีตมาถามกันก็ได้)

ส่วนแบบฟอร์มการแปลเอกสารราชการอื่นๆ สถานกงสุลได้เตรียมไว้ให้แล้วในเว็บนี้ แต่ถ้าให้ง่ายที่สุดก็คือ สมัยนี้เราสามารถนำบัตรประชาชนใบเดียว ไปขอเอกสารราชการอย่างสูติบัตรหรือทะเบียนบ้าน ออกมาเป็นภาษาอังกฤษได้เลย คิดค่าปริ๊นแค่ 10 บาทต่อใบ **กรณีหลังนี้ ไม่ต้องนำมาให้กงสุลรับรองเลย**

1 คิดบน “เปลี่ยนความเจ็บให้เป็นวิทยาทาน การขอรับรองใบจบ (apostille) ไปยื่นเรียนต่อ

  1. ขอสอบถามหน่อยนะคะ กำลังจะยื่นเอกสารเข้าอีฮวาค่ะ อย่างพวกสูติบัตรที่ไปขอคัดจากอำเภอเป็นภาษาอังกฤษนี่ไม่จำเป็นต้องไปรับรองที่กงสุลใช่มั้ยคะ แล้วถ้าอย่างงั้นต้องรับรอบที่สถานทูตรึเปล่าคะ หรือว่าไม่จำเป็นต้องรับรองทั้ง2ที่ สามารถส่งให้มหาลัยได้เลย

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.